English Grammar: The 12 Tenses

June 2026  ·  Peerapat A  ·  ← Fast English

สรุปประเด็นสำคัญ (BLUF): Tense ทั้ง 12 ในภาษาอังกฤษเกิดจากการประกอบกันของ 3 ช่วงเวลา (Present, Past, Future) และ 4 รูปแบบการกระทำ (Simple, Continuous, Perfect, Perfect Continuous) บทความนี้สรุปโครงสร้าง วิธีจำง่ายๆ คีย์เวิร์ด (Signal Words) และตัวอย่างประโยคครบทุก Tense

Tense ในภาษาอังกฤษคือรูปแบบของคำกริยาที่ใช้เพื่อบอก "เวลา" (Time) และ "ลักษณะของการกระทำ" (Aspect) ว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อใดและมีสถานะเป็นอย่างไร Tense หลัก ๆ มีทั้งหมด 12 Tenses ซึ่งเกิดจากการนำ 3 ช่วงเวลา มาประกอบกับ 4 รูปแบบการกระทำ

แกนความคิด: 3 ช่วงเวลา × 4 รูปแบบ

3 ช่วงเวลา (Time)

4 รูปแบบการกระทำ (Aspect)

เอา 3 × 4 = 12 ช่อง นี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงมี 12 tenses พอดี — ถ้าจำ "สูตรของ aspect" ได้ ก็แค่สลับ Time เข้าไปในแต่ละช่วงก็ครบทั้งหมด

ตารางสรุปโครงสร้างทั้ง 12 Tenses

Tenseโครงสร้างตัวอย่างการใช้งานหลัก
1. Present SimpleS + V.1I work.บอกความจริง กิจวัตรประจำวัน
2. Present ContinuousS + is/am/are + V.ingI am working.สิ่งที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้
3. Present PerfectS + has/have + V.3I have worked.ทำเสร็จแล้ว หรือเริ่มในอดีตและดำเนินมาถึงปัจจุบัน
4. Present Perfect Cont.S + has/have + been + V.ingI have been working.ทำต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบัน (เน้นความต่อเนื่อง)
5. Past SimpleS + V.2I worked.เกิดขึ้นและจบลงแล้วในอดีต
6. Past ContinuousS + was/were + V.ingI was working.กำลังเกิดขึ้น ณ ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต
7. Past PerfectS + had + V.3I had worked.เกิดและจบ ก่อน อีกเหตุการณ์ในอดีต
8. Past Perfect Cont.S + had + been + V.ingI had been working.ต่อเนื่องในอดีต ก่อน มีเหตุการณ์มาแทรก
9. Future SimpleS + will + V.1I will work.คาดการณ์ หรือตัดสินใจว่าจะทำในอนาคต
10. Future ContinuousS + will be + V.ingI will be working.จะกำลังเกิดขึ้น ณ ช่วงเวลาหนึ่งในอนาคต
11. Future PerfectS + will have + V.3I will have worked.จะเสร็จสมบูรณ์ ณ จุดเวลาหนึ่งในอนาคต
12. Future Perfect Cont.S + will have been + V.ingI will have been working.จะดำเนินต่อเนื่องจนถึงจุดเวลาหนึ่งในอนาคต

เจาะลึกพร้อมตัวอย่างและคำสัญญาณ (Signal Words)

วิธีดู tense ให้เร็วที่สุดคือมองหา "คำสัญญาณ" ในประโยค คำเหล่านี้มักบอกใบ้ว่าควรใช้ tense ไหน

กลุ่ม Present

กลุ่ม Past

กลุ่ม Future

คำแนะนำในการจำ

ไม่ต้องท่องทีละ 12 อัน — จำ "สูตรของ aspect" 4 อัน แล้วเปลี่ยนแค่ verb to be / to have ตามช่วงเวลา

Aspectหัวใจของโครงสร้างความหมาย
Simpleกริยาพื้นฐาน (V.1 / V.2 / will + V.1)ปกติ ข้อเท็จจริง
Continuousverb to be + V.ing"กำลังทำ"
Perfectverb to have + V.3"สมบูรณ์ / เสร็จสิ้น"
Perfect Continuoushave + been + V.ing (รวม 2 สูตรข้างบน)"ทำต่อเนื่องไม่ขาดตอน"

ลองแต่งประโยคของตัวเอง 1 ประโยคต่อ tense โดยใช้คำกริยาเดียวกัน (เช่น work เหมือนตาราง) แล้วไล่จาก present → past → future ทีละ aspect จะเห็นว่าทั้ง 12 มาจากตรรกะเดียวกันหมด

ตัวอย่างเพิ่มเติมของแต่ละ Tense

ด้านล่างนี้คือตัวอย่างประโยคหลาย ๆ แบบของแต่ละ tense พร้อมคำแปลภาษาไทย ลองอ่านออกเสียงและสังเกตรูปแบบของคำกริยาในแต่ละประโยค

กลุ่ม Present

1. Present Simple — S + V.1
2. Present Continuous — S + is/am/are + V.ing
3. Present Perfect — S + has/have + V.3
4. Present Perfect Continuous — S + has/have + been + V.ing

กลุ่ม Past

5. Past Simple — S + V.2
6. Past Continuous — S + was/were + V.ing
7. Past Perfect — S + had + V.3
8. Past Perfect Continuous — S + had + been + V.ing

กลุ่ม Future

9. Future Simple — S + will + V.1
10. Future Continuous — S + will be + V.ing
11. Future Perfect — S + will have + V.3
12. Future Perfect Continuous — S + will have been + V.ing